นางสาวละอองดาว บุญตา รหัส 52010119147 กลุ่มที่ 2 นิสิตปี 2 เอกการพัฒนาชุมชม
ติดง่าย เลิกยาก
บทนำ
สิ่งเสพติด หรือที่เรียกกันว่า "ยาเสพติด" ในความหมายของ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization or WHO) จะหมายถึงสิ่งที่เสพเข้าไปแล้วจะเกิดความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อไปโดยไม่สามารถหยุดเสพได้ และจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่อร่างกายและจิตใจขึ้นและเมื่อเสพเข้ามากๆก็จะทำเลิกยากและเป็นอันตรายมากต่อร่างกาย เนื้อหา
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2522 ที่ใช้ในปัจจุบันได้กำหนดความหมายสิ่งเสพติดให้โทษดังนี้ สิ่งเสพติดให้โทษ หมายถึง "สารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใดๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจใน ลักษณะสำคัญ เช่น ต้องเพิ่มปริมาณการเสพขึ้นเรื่อยๆ มีอาการขาดยาเมื่อไม่ได้เสพ มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุ่นแรงอยู่ตลอดเวลา และทำให้สุขภาพทรุดโทรมลง กับให้รวมตลอดถึงพืช หรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ไม่หมายความถึงยาสามัญประจำบ้านบางตำรับ ตามกฎหมายว่าด้วยยาที่มียาเสพติดให้โทษผสมอยู่" ปัจจุบันนี้สิ่งเสพติดนับว่าเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เพราะสิ่งเสพติดเป็นบ่อเกิดของปัญหาอื่นๆ หลายด้าน นับตั้งแต่ ตัวผู้เสพเองซึ่งจะเกิดความทุกข์ ลำบากทั้งกายและใจ และเมื่อหาเงินซื้อยาไม่ได้ก็อาจจะก่อให้เกิดอาชญากรรมต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้พ่อแม่พี่น้อง และสังคม ต้องสูญเสีย เงินทอง เสียเวลาทำมาหากิน ประเทศชาติต้องสูญเสียแรงงานและสูญเสียเงินงบประมาณในการปราบปรามและรักษาผู้ติดสิ่งเสพติด และเหตุผลที่ทำให้ สิ่งเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศอีกข้อหนึ่งคือ ปัจจุบันมีผู้ติดสิ่งเสพติดเพิ่มมากขึ้นทั้งนี้ยังไม่รวมถึงจำนวนผู้ติดบุหรี่ สุรา ชา ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการป้องกัน
ยาเสพติด หมายถึง สารเคมี หรือสารใดก็ตาม ซึ่งเมื่อบุคคลเสพ หรือรับเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าโดยการฉีด การสูบ การกิน การดม หรือวิธีอื่น ติดต่อกัน เป็นเวลานาน หรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะก่อให้เกิดเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสื่อมโทรมขึ้นแก่บุคคลผู้เสพ และแก่สังคมด้วย ทั้งจะต้องทำให้ ผู้เสพแสดงออกซึ่งลักษณะ ดังนี้
1. ผู้เสพมีความต้องการอย่างแรงกล้า ที่จะเสพยาชนิดนั้น ๆ ต่อเนื่องกันไป และต้องแสวงหายาชนิดนั้น ๆ มาเสพให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม
2. ผู้เสพจะต้องเพิ่มปริมาณของยาที่เคยใช้ให้มากขึ้นทุกระยะ
3. ผู้เสพจะมีความปรารถนาอยากเสพยาชนิดนั้น ๆ อย่างรุนแรง ระงับไม่ได้ คือ มีการติดและอยากยาทั้งทาง ด้านร่างกายและจิตใจ
ประเภทของยาเสพติด
จำแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แบ่งเป็น 4 ประเภท
2. ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี กระท่อม โคเคน เครื่องดื่มคาเฟอีน มักพบว่าผู้เสพติด จะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับสน หวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทำในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทำ เช่น ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น 3. ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี เห็ดขี้ควาย ดี.เอ็ม.ที.และ ยาเค เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่อง หูแว่ว ได้ยินเสียงประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต 4. ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกัน ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้แก่ กัญชา
ตัวอย่าง กราฟแสดงประเภทของยาเสพติด
จำนวนผู้ติดยาเสพติด
จากกราฟประเภทของผู้เสพยาเสพติดจะเห็นได้ว่าผู้ที่เสพยาบ้าจะมีจำนวนมากโดยเฉพาะในปี 2552 และรองลงมาคือยาบ้าและบุรี่และจำนวนผู้เสพแต่ละปีก็มีมากขึ้นเรื่อย
ข้อมูล
ปีงบประมาณ | 2549 | % | 2550 | % | 2551 | % | 2552 | % | 2553 | % |
1.ประเภทยาเสพติดที่เสพ |
ยาบ้า | 2,059 | 81.51 | 2,953 | 87.65 | 3,014 | 75.82 | 3,241 | 76.28 | 1,633 | 36.92 |
ยาบ้า กัญชา | 87 | 3.44 | 37 | 1.10 | 77 | 1.94 | 111 | 2.61 | 101 | 2.28 |
ยาบ้า ผงขาว | 2 | 0.08 | 4 | 0.12 | 45 | 1.13 | 5 | 0.12 | 1 | 0.02 |
ยาบ้า กระท่อม | 3 | 0.12 | 2 | 0.06 | 7 | 0.18 | 144 | 3.39 | 317 | 7.17 |
ยาบ้า บุหรี่ | 230 | 9.11 | 270 | 8.01 | 715 | 17.99 | 565 | 13.30 | 1,989 | 44.97 |
ยาบ้า ยาอี | 7 | 0.28 | 4 | 0.12 | 17 | 0.43 | 35 | 0.82 | 126 | 2.85 |
ยาบ้า สุรา | 107 | 4.24 | 48 | 1.42 | 64 | 1.61 | 112 | 2.64 | 154 | 3.48 |
สาเหตุของการใช้ยาเสพติด
การติดยาเสพติดอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจาก
§ ความอยากรู้อยากลอง ด้วยความคึกคะนอง เป็นส่วนใหญ่
§ เพื่อนชวน หรือต้องการให้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อน
§ มีความเชื่อในทางที่ผิด เช่น เชื่อว่ายาเสพติดบางชนิด อาจช่วยให้สบายใจ ลืมความทุกข์ หรือช่วยให้ทำงานได้มากๆ
§ ขาดความระมัดระวังในการใช้ยา เพราะคุณสมบัติของยา บางชนิดอาจทำให้ผู้ใช้ยาเกิดการเสพติดได้โดยไม่รู้ตัว หากใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยขาดการแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกร § สภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่อาศัย มีการค้ายาเสพติด หรือมี ผู้ติดยาเสพติด
§ ถูกหลอกให้ใช้ยาเสพติดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
§ เพื่อหนีปัญหา เมื่อมีปัญหาแล้วไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับตัวเองได้
ตัวอย่างสาเหตุของการใช้ยาเสพติด
จากกราฟสาเหตุของการใช้ยาเสพติดก็จะเห็นว่าจำนวนกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดก็จะมีมากจากกลุ่มที่อยากทดลองหรืออยากลองแต่ละปีจำผู้อยากลองก็สูงมากรองลงมาคือเพื่อนชวนและความสนุกสนานและอื่นๆเรียงลงมาตามลำดับ
ข้อมูล
ปีงบประมาณ | 2549 | % | 2550 | % | 2551 | % | 2552 | % | 2553 | % |
2.สาเหตุการใช้ยาเสพติด |
ทดลอง | 1,299 | 47.01 | 1,733 | 51.44 | 2,146 | 53.99 | 2,098 | 49.38 | 2,054 | 46.44 |
เพื่อนชวน | 1,013 | 36.66 | 1,249 | 37.07 | 1,608 | 40.45 | 1,799 | 42.34 | 2,073 | 46.87 |
สนุกสนาน | 161 | 5.83 | 78 | 2.32 | 62 | 1.56 | 105 | 2.47 | 59 | 1.33 |
เจ็บป่วย | 2 | 0.07 | 1 | 0.03 | 0 | 0.00 | 12 | 0.28 | 4 | 0.09 |
กลุ่มใจ (มีปัญหา) | 106 | 3.84 | 141 | 4.19 | 88 | 2.21 | 114 | 2.68 | 129 | 2.92 |
ทำงานหนัก(ช่วยงานอาชีพ) | 159 | 5.75 | 149 | 4.42 | 63 | 1.58 | 102 | 2.40 | 84 | 1.90 |
กลุ่มอายุผู้เสพยาเสพติด
ปัจจุบันน่าเป็นห่วงมาก เพราะมีผู้ติดยาเพิ่มสูงขึ้น มีการใช้ยาเสพติดมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง มิหนำซ้ำอายุน้อยลง จากเดิมผู้ติดยาเสพติดจะมีอายุระหว่าง 18 - 24 ปี รองลงมาคือ 15 - 18 ปี แต่ปัจจุบันอายุของผู้ติดยาเสพติดพบในกลุ่มอายุระหว่าง 13 - 18 ปีมากที่สุด คือ เป็นเด็กอายุ ม.1 ม.2 มากขึ้น โดยอายุต่ำสุดที่เคยเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข คือ 10 ขวบ อยู่ในภาคกลาง ติดยาเนื่องจากข้างบ้านของเด็กคนดังกล่าวค้ายาบ้า แล้วเด็กไปช่วยงาน คนที่ค้ายาก็ให้ยาบ้าเด็กกิน และบังคับให้ขายยาด้วย และยังผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ยังติดยาเสพติดอีกด้วย
ตัวอย่างกลุ่มอายุผู้เสพยาเสพติด
จำนวนกลุ่มอายุผู้เสพยาเสพติด
จากกราฟกลุ่มอายุผู้เสพยาเสพติดจะเห็นได้ว่าผู้ติดยาเสพติดจะมีอายุระหว่าง 15-19 ปี รองลงมาคือ 20-24 ปี และกลุ่มอายุระหว่าง 15-19 ปี มากที่สุด คือ เป็นเด็กอายุ ม.3 ม.6 มากขึ้น และในแต่ละปีก็เพิ่มมากขึ้น
ข้อมูล
ปีงบประมาณ | 2549 | % | 2550 | % | 2551 | % | 2552 | % | 2553 | % |
3.กลุ่มอายุผู้เสพยาเสพติด |
0-14 | 47 | 1.70 | 56 | 1.66 | 80 | 2.01 | 142 | 3.34 | 162 | 3.66 |
15-19 | 640 | 23.16 | 732 | 21.73 | 1,002 | 25.21 | 1,153 | 27.14 | 1,203 | 27.20 |
20-24 | 755 | 27.33 | 985 | 29.24 | 1,010 | 25.41 | 1,021 | 24.03 | 962 | 21.75 |
25-29 | 706 | 25.55 | 897 | 26.63 | 1,027 | 25.84 | 1,020 | 24.01 | 976 | 22.07 |
30-34 | 356 | 12.88 | 383 | 11.37 | 510 | 12.83 | 578 | 13.60 | 715 | 16.17 |
35-39 | 135 | 4.89 | 155 | 4.60 | 182 | 4.58 | 214 | 5.04 | 260 | 5.88 |
40-44 | 81 | 2.93 | 101 | 3.00 | 84 | 2.11 | 78 | 1.84 | 84 | 1.90 |
45-49 | 27 | 0.98 | 35 | 1.04 | 54 | 1.36 | 30 | 0.71 | 35 | 0.79 |
50+ | 16 | 0.58 | 25 | 0.74 | 26 | 0.65 | 13 | 0.31 | 26 | 0.59 |
รวม | 2,763 | 100 | 3,369 | 100 | 3,975 | 100 | 4,249 | 100 | 4,423 | 100 |
บทสรุป
สิ่งเสพติดนับว่าเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ เพราะสิ่งเสพติดเป็นบ่อเกิดของปัญหาอื่นๆ หลายด้าน นับตั้งแต่ ตัวผู้เสพเองซึ่งจะเกิดความทุกข์ ลำบากทั้งกายและใจจะเห็นได้ว่ากราฟประเภทของยาเสพติดที่มีผู้เสพยาบ้าเป็นจำนวนมากและเพิ่มปริมาณขึ้นและรองลงมาก็คือการสูบบุรีซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการอยากลองอยากรู้และเพื่อนชักชวนในทางที่ผิดและก็จะมีกลุ่มผู้มีปัญหาทางด้านต่างๆและเกิดจากความสนุกสนานจึงทำให้ยาเสพติดระบาดกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 - 24 ปี รองลงมาคือ 15 - 18 ปี แต่ปัจจุบันอายุของผู้ติดยาเสพติดพบในกลุ่มอายุระหว่าง 13 - 18 ปีมากที่สุด คือ เป็นเด็กอายุ ม.1 ม.2 มากขึ้นจึงมีการปราบปรามเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดไม่ว่าจะเสพหรือขายก็จะมีบทลงโทษที่หนักเราจึงควรที่จะรู้จักป้องกันตนเอง ป้องกันครอบครัว ป้องกันชุมชนให้ปลอดจากยาเสพให้ได้
ข้อเสนอแนะ
การป้องกันยาเสพติด
1. ป้องกันตนเอง ไม่ทดลองยาเสพติดทุกชนิด และพยายามปลีกตัวออกห่างจากบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถ้ามีปัญหาหรือไม่สบายใจ อย่าเก็บไว้คนเดียว ควรปรึกษาพ่อแม่ ครู ผู้ใหญ่ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ เล่นกีฬาหรือทำงานอดิเรกต่าง ๆ ตามความสนใจและความถนัด ระมัดระวังในการใช้ยาต่าง ๆ และศึกษาให้เข้าใจถึงโทษภัยของยาเสพติด
2. ป้องกันครอบครัว ควรสอดส่องดูแลเด็ก และบุคคลในครอบครัวอย่าให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อบรมสั่งสอนให้รู้ถึงโทษภัยของยาเสพติด ดูแลเรื่องการคบเพื่อน คอยส่งเสริมให้เขารู้จักการใช้เวลาในทางที่เป็นประโยชน์ เช่น การทำงานบ้าน เล่นกีฬา ฯลฯ เพื่อป้องกันมิให้เด็กหันเหไปสนใจในยาเสพติด สิ่งสำคัญก็คือทุกคนในครอบครัวควรสร้างความรัก ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
3. ป้องกันชุมชน หากพบผู้ติดยาเสพติดควรช่วยเหลือแนะนำให้เข้ารับการบำบัดรักษาโดยเร็ว โดยกฎหมายจะยกเว้นโทษให้ผู้ที่สมัครเข้าขอรับการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด ก่อนที่ความผิดจะปรากฏต่อเจ้าหน้าที่ และเมื่อรู้ว่าใครกระทำผิดฐานนำเข้าส่งออก หรือจำหน่ายยาเสพติด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.)
เอกสารอ้างอิง
§ http://www.thanyarak.go.th/thai/index.php?option=com_content&task=view&id=947&Itemid=61